2530
เริ่มการสำรวจแหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย
และต่อมาพบว่ามีแหล่งแร่ทองคำที่มีศักยภาพสูง
อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก
หน้าหลัก > เกี่ยวกับเรา > รู้จักอัครา
มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ผ่านความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และการใช้ศักยภาพของทรัพยากรแร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบการ “เหมืองแร่ทองคำชาตรี” ซึ่งเป็นเหมืองแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณกลุ่มแนวหินชั้นหินคดโค้งเลย (Loei Fold Belt) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแผ่นเปลือกโลกอินโดจีน (Indochina Block) โดยเหมืองของเราอยู่ห่างจากกรุงเทพไปทางทิศเหนือประมาณ 280 กิโลเมตร บนรอยต่อระหว่างจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ในภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

โดยตั้งชื่อโครงการว่า “ชาตรี” เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายชาตรี ชัยชนะพูลผล นักธรณีวิทยารุ่นบุกเบิก ผู้มีบทบาทสำคัญในการค้นพบแหล่งแร่ นำมาสู่ “เหมืองแร่ทองคำชาตรี” ของเราในทุกวันนี้
ในฐานะบริษัทในเครือของ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย (Australian Securities Exchange: ASX) เราได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขีดความสามารถอันเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของเรา การถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
ช่วงปี 2544 – 2559 เหมืองได้ผลิตโลหะทองคำ 1.8 ล้านออนซ์ และโลหะเงิน 10 ล้านออนซ์ ในปีงบประมาณ 2568 เหมืองผลิตโลหะทองคำประมาณ 75,000 ออนซ์ และโลหะเงินประมาณ 625,000 ออนซ์ โดยยังคงมีปริมาณสำรองทรัพยากรแร่ทองคำ 3.24 ล้านออนซ์ และทรัพยากรแร่เงิน 25.1 ล้านออนซ์ คิดเป็นมีปริมาณสำรองสินแร่ทองคำ 1.27 ล้านออนซ์ และสินแร่เงิน 10.8 ล้านออนซ์ ณ เดือนมิถุนายน 2568
ปัจจุบันโรงประกอบโลหกรรมของเหมืองแร่ทองคำชาตรีมีกำลังการผลิตติดตั้ง (Nameplate Capacity) รวมอยู่ที่ 5 ล้านตันต่อปี

นอกเหนือจากรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับ อัคราเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเหมืองแร่รายแรก ๆ ที่ได้รับการรับรองการใช้และจัดการสารไซยาไนด์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล (International Cyanide Management Code) เราให้ความสำคัญต่อการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเราตระหนักดีว่าการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนให้อัคราเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองแร่












เริ่มการสำรวจแหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย
และต่อมาพบว่ามีแหล่งแร่ทองคำที่มีศักยภาพสูง
อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก
อัครา รีซอร์สเซส (เดิมชื่อ บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด)
ได้ถูกจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัทเอกชนภายใต้กฎหมายไทย
บริษัทได้รับประทานบัตรเป็นระยะเวลา 20 ปี
และได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นในการทำเหมืองแร่ทองคำ
และได้สร้างโรงประกอบโลหกรรมและโครงสร้างต่าง ๆ
โดยตั้งชื่อโครงการว่า “โครงการชาตรีใต้”
เริ่มการผลิตทองคำเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกสำหรับ
“โครงการชาตรีใต้” ในเดือนพฤศจิกายน
บริษัทขยายโรงประกอบโลหกรรม
โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม (Nameplate Capacity) อยู่ที่ 1.8 ล้านตันต่อปี
ขยายโรงประกอบโลหกรรมอีกครั้ง
ทำให้กำลังการผลิตติดตั้งรวม (Nameplate
Capacity) อยู่ที่ 2.3 ล้านตันต่อปี
บริษัทได้รับประทานบัตรเป็นระยะเวลา 20 ปี สำหรับ
“โครงการชาตรีเหนือ” ซึ่งเพิ่มพื้นที่สำหรับการทำเหมืองขึ้นเป็นสามเท่า
และนำไปสู่การเข้าถึงแหล่งสินแร่สำรองปริมาณมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ส่งผลให้สามารถ
ขยายโรงประกอบโลหกรรมให้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม
(Nameplate Capacity) อยู่ที่ 5.0 ล้านตันต่อปี
บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)”
บริษัทถูกระงับกิจการชั่วคราว
คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.)
ต่ออายุประทานบัตรของบริษัทออกไปอีก 10 ปี
ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564 – 29 ธันวาคม พ.ศ. 2574
เหมืองแร่ทองคำชาตรีกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง