Search

BLOG

HOME > Knowledge Blog

เปิดความลับโลกเหมืองแร่! กับ “บ่อกักเก็บกากแร่” ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ไขปริศนาบ่อกักเก็บกากแร่... ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! เปิดเบื้องหลังเหมืองแร่ทองคำชาตรีกับบ่อกักเก็บกากแร่มีอะไร ปลอดภัย ไม่รั่วซึมและยั่งยืนอย่างไรกันได้ที่นี่
บ่อกักเก็บกากแร่

เคยสงสัยกันไหม… ว่ากากแร่ที่เหลือจากการทำเหมืองทองคำ เขาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ? วันนี้ Master K จะพาทุกท่านไปไขข้อข้องใจพร้อมเปิดโลก ‘บ่อกักเก็บกากแร่’ แห่งเหมืองทองอัคราอย่างใกล้ชิด ถึงระบบการจัดการที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่การผลิตทองคำ แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Master K EP.1 (with TH sub)

Master K พาคุณไปดูถึงที่! เห็นให้ชัดกับตาว่าบ่อกักเก็บกากแร่ของอัคราไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากแต่เป็นระบบที่ได้รับการออกแบบและสร้างมาอย่างดีเพื่อรองรับกากแร่ที่เหลือหลังจากการสกัดทองคำ ให้ปลอดภัยต่อทั้งคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม

บ่อกักเก็บกากแร่ คืออะไร ทำไมเหมืองต้องมี ?

หากให้อธิบายง่าย ๆ ‘บ่อกักเก็บกากแร่’ (Tailings  Storage  Facility หรือ TSF) ก็คือบ่อขนาดใหญ่ที่เหมืองทองของเราออกแบบมาเป็นพิเศษร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลความปลอดภัย เพื่อใช้กักเก็บกากแร่ที่เหลือจากการสกัดทองคำ ซึ่งกากแร่เหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่อันตราย เป็นเพียงดิน หิน ทรายและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ถูกบดละเอียดและผ่านกระบวนการแยกเอาสินแร่ทองคำออกไปแล้วนั่นเอง โดยกากแร่ดังกล่าวจะถูกส่งตรงมาจากโรงงานผ่านท่อเหล็กกล้าที่แข็งแรงในรูปของเหลวข้น ๆ คล้ายโคลน ซึ่งประกอบด้วยน้ำประมาณ 50% และกากแร่อีก 50%

คำถามต่อมาคือ… แล้วทำไมต้องมีบ่อแบบนี้ ? ก็เพื่อป้องกันไม่ให้กากแร่เหล่านี้ไปปนเปื้อนกับแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือฟุ้งกระจายไปในอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้ เรียกได้ว่า ‘บ่อกักเก็บกากแร่’ คือหัวใจสำคัญของการทำเหมืองแร่อย่างมีความรับผิดชอบ

“น้ำ” ในบ่อคือพระเอก เพราะเรานำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ 100%

ที่เหมืองทองอัคราน้ำที่อยู่ในบ่อกักเก็บกากแร่ไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งไปไหน แต่จะถูกนำกลับมา Reuse หมุนเวียนใช้ในกระบวนการผลิตแบบ 100% ด้วยเทคโนโลยีการรีไซเคิลและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งก็คือเทคโนโลยี Zero Discharge (ZD) Closed Lock ซึ่งเป็นแนวคิดที่ออกแบบมาเพื่อบำบัดและนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่แทนการปล่อยทิ้งไปเป็นน้ำเสีย (0% discharge) ทำให้อัคราเราลดการใช้น้ำดิบได้มากถึง 307,679 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ‘น้ำ’ ที่นี่ไม่ได้ไหลออกไปปนเปื้อนข้างนอกแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อชุมชนและช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ได้อีกด้วย 

บ่อกักเก็บกากแร่ของอัครามีอะไร ทำไมถึงเป็นสีฟ้า ?

ในบ่อกักเก็บกากแร่ของอัครามีอะไร ทำไมถึงเป็นสีฟ้า ? อันตรายไหม !

หากสังเกตน้ำในบ่อกักเก็บกากแร่อาจปรากฏเป็นสีฟ้าอ่อน แต่อย่าเพิ่งกังวลไป! เพราะสีฟ้าอ่อนที่ทุกคนเห็นนั้นเป็นสีที่เกิดจากแร่ธาตุตามธรรมชาติที่ละลายอยู่ในน้ำ ไม่ใช่สารเคมีอันตรายแต่อย่างใด

สำหรับประเด็น ‘ไซยาไนด์’ ที่อาจเป็นข้อกังวล อัคราฯ ขอชี้แจงว่าไซยาไนด์ถูกนำมาใช้ในกระบวนการสกัดทองคำในปริมาณที่จำกัดและอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเมื่อไซยาไนด์อยู่ในบ่อกักเก็บกากแร่ สัมผัสกับแสงแดดและออกซิเจนจะเกิดการสลายตัวตามธรรมชาติกลายเป็นสารประกอบอื่นที่ไม่เป็นพิษ เช่น คาร์บอเนตและไนโตรเจน จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยของน้ำในบ่อกักเก็บกากแร่ของเรา

แน่นหนา ปลอดภัย ไร้กังวล ด้วยนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ความปลอดภัยของบ่อกักเก็บกากแร่คือสิ่งที่อัคราให้ความสำคัญสูงสุด ที่นี่เราไม่ได้สร้างบ่อแบบธรรมดา ๆ แต่มีการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากล พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ผ่านแนวคิด Zero Leakage ที่มุ่งเน้นการป้องกันการรั่วไหลของน้ำจากบ่อกักเก็บกากแร่ ดังนี้

  • ออกแบบโครงสร้างและก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน: ทุกขั้นตอนการก่อสร้างตั้งแต่การปรับหน้าดิน กำจัดหน้าดิน กำจัดรากไม้ และลอกหน้าดินออกจนถึงหน้าดินแข็ง จากนั้นบดอัดชั้นดินเหนียวและดินลูกรังที่มีความสามารถในการซึมผ่านต่ำให้ทั่วพื้นที่บ่อกักเก็บกากแร่ ปูพื้นกั้นบ่อกักเก็บกากแร่รั่วซึมด้วยแผ่นพลาสติกคุณภาพสูง วางระบบระบายน้ำและการถมดินทับ พร้อมทำคันดินจากดินเหนียวที่เสริมด้วยหิน ทุกขั้นตอนล้วนผ่านกระบวนการคิดและออกแบบอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด
  • ใช้วัสดุสุดแกร่ง ทนทาน: พื้นบ่อถูกปูด้วยแผ่น HDPE Geomembrane ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความหนาแน่นสูง เหนียว ทนทาน ทนต่อสารเคมีและป้องกันการรั่วซึมได้อย่างดีเยี่ยมทั้งบนพื้นและผนังของบ่อกักเก็บ เพื่อป้องกันการซึมผ่านของน้ำและสารเคมี ซึ่งเป็นมาตราฐานระดับสากล 
  • ติดตั้งระบบระบายน้ำใต้บ่อและลดแรงดันใต้บ่อ: ระบบระบายน้ำใต้บ่อกักเก็บกากแร่และท่อระบายน้ำบริเวณฐานคันดิน ถูกติดตั้งขึ้นเพื่อช่วยลดแรงดันต่อแผ่นกันรั่วซึม และเพิ่มความหนาแน่นของหางแร่ ที่จะทำให้มีพื้นที่กักเก็บกากแร่ได้มากขึ้น ซึ่งน้ำที่ได้ระบายออกจากระบบระบายน้ำจะถูกพักไว้ที่ก้นบ่อ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังบ่อรวบรวมน้ำใต้ดินและนำกลับมาใช้ใหม่ภายในโรงงาน
  • วางระบบรวบรวมน้ำซึม: ที่ด้านล่างสุดของบ่อกักเก็บกากแร่จะมีบ่อรวบรวมน้ำซึม ซึ่งเป็นบ่อพักน้ำที่ถูกระบายมาจากบ่อกักเก็บกากแร่ ซึ่งจะถูกนำกลับไปใช้ภายในโรงงานผ่านระบบท่อเดียวกันกับระบบระบายน้ำใต้บ่อ
  • ติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวัง: เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด เราได้ติดตั้งระบบตรวจจับการรั่วซึม หรือการเปลี่ยนแปลงของพารามิเตอร์ทางธรณีวิทยา เช่น พิโซมิเตอร์แบบลวดสั่นสะเทือน (Vibrating Wire Piezometer), หมุดสำรวจ (Survey Pins) หลุมตรวจสอบน้ำบาดาลและสถานีเก็บตัวอย่างน้ำผิวดิน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกด้านอยู่เสมอ
บ่อกักเก็บกากแร่ แน่นหนา ปลอดภัย ไร้กังวล ด้วยนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ซึ่งรอบ ๆ บ่อกักเก็บกากแร่ เราจะเห็นพืชพรรณขึ้นเขียวขจี มีทั้งหญ้าและต้นไม้ แถมยังมีฝูงเป็ด ฝูงนก มาอาศัยอยู่ด้วย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ คือเครื่องยืนยันถึงความปลอดภัยต่อระบบนิเวศและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบ่อกักเก็บกากแร่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจนเลย

ทุกความปลอดภัยดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ

อัคราใส่ใจทุกกระบวนการ มั่นใจทุกการดูแลในทุกบ่อกักเก็บกากแร่

นอกจากนี้ ในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 2 อัคราได้ร่วมมือกับ Knight Piésold ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมชั้นนำระดับโลก อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรมระบบจัดการกากแร่มาควบคุมดูแลทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยโครงสร้างกรอบหินด้านนอกบ่อจะเป็นการจัดสรรวัสดุที่ไม่มีสินแร่ซึ่งได้มาจากการทำเหมือง ถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างกรอบนอก ส่วนโครงสร้างดินเหนียวกรอบด้านในบ่อได้คัดสรรวัสดุที่ผ่านการตรวจสอบว่าเหมาะสมเพื่อป้องกันการรั่วซึม จากนั้นนำวัสดุดินเหนียวที่ผ่านการคัดสรรมาถมให้ได้ความหนาชั้นละ 30 เซนติเมตร และทำการตรวจสอบมาตรฐานความชื้นและความหนาแน่น ก่อนทำการถมขึ้นชั้นถัดไป จนได้ความสูงตามที่ออกแบบไว้ในแต่ละปี

การตรวจสอบมาตรฐานโครงสร้างดินเหนียวทุกชั้นจะต้องผ่านการทดสอบทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด เช่น การวิเคราะห์ขนาดอนุภาค (Sieve Analysis) การทดสอบการบดอัด (Standard Compaction) การทดสอบค่าพิกัดความเหลวของดินและค่าความชื้นในดินขณะที่ดินเปลี่ยนสภาพจากพลาสติกเป็นกึ่งของแข็ง (Atterberg) การทดสอบความหนาแน่นในสนาม (Field density test ) และหลังจากทำโครงสร้างดินเหนียวแล้วเสร็จ อีกขั้นตอนที่สำคัญคือ การปูผนังบ่อภายในด้วย HDPE Geomembrane ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติกคุณภาพสูงในการป้องกันการรั่วซึมอีก 1 ชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าบ่อกักเก็บกากแร่มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยสูงสุด

ยิ่งไปกว่านั้น อัคราฯ ยังได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และหน่วยงานอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระจาก Behre Dolbear International Limited (BDIL) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเหมืองแร่ระดับโลก (ตามที่ กพร. เป็นผู้คัดเลือก) เพื่อประเมินการดำเนินงานทั้งหมดของเหมืองอีกด้วย

อัคราใส่ใจทุกกระบวนการ มั่นใจทุกการดูแลในทุกบ่อกักเก็บกากแร่

แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 แต่บริษัทฯ ขอยืนยันว่าบ่อกักเก็บกากแร่ทั้ง 2 บ่อของอัคราฯ รวมถึงบ่อที่ 1 นั้น ไม่มีการรั่วซึม อีกทั้งได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน พร้อมทั้งจัดทำแผนการปิดและฟื้นฟูบ่ออย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA, EHIA) เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของชุมชนเป็นสำคัญ

อัครา รีซอร์สเซส เราใส่ใจทุกกระบวนการ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่าการทำเหมืองแร่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและส่งเสริมความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมได้

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ ‘บ่อกักเก็บกากแร่’ ของเหมืองทองอัครา ที่ Master K นำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าทุกคนคงได้เห็นแล้วว่าบ่อกักเก็บกากแร่ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด แต่เป็นระบบที่ถูกออกแบบและสร้างมาอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ได้มาตรฐานและไม่มีการรั่วซึม

@2024 AKARA RESOURCES COPYRIGHTED